ดูหนังอย่างไรให้เสมือนได้ไปเที่ยว กับ10 สถานที่เที่ยว จากหนังตามที่คุณไม่สมควรพลาด

ดูหนัง netflix มาดูหนังออนไลน์ พร้อมๆกับการท่องเที่ยวกันเถิด ในสถานการณ์การระบาดของวัววิด 19 อย่างงี้ ทำให้เราออกไปไหนไม่ได้ จำต้องกักตัวอยู่ที่บ้านผ่านมานับเป็นเวลาหลายวันนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว! ทำให้หลายท่านห่อเหี่ยวรวมทั้งโหยหาการออกเดินทางท่องเที่ยวกันไม่น้อยเลย ดูหนังซีรี่ย์ ใช่มั้ย ต้องการจะไปเที่ยว ต้องการจะพักผ่อน อยากจะบรรเทา แต่ว่าก็ไม่สามารถออกไปทำได้อย่างใจหวัง วันนี้พวกเราขอชักชวนทุกคนมา เดินทางท่องเที่ยวผ่านการดูหนังออนไลน์ ท่องโลกไปกับ 10 สถานที่เที่ยว ที่ปรากฎใน 10 หนังดีที่คุณไม่สมควรพลาด ยืนยันว่าประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งนี้ จะไม่มีใครเหมือน และไม่มีคนใดกันแน่เสมือน ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปลุยกันเลย

1. Salmon Fishing in the Yemen (คู่แท้หัวใจติดเบ็ด)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Ouarzazate – Morocco
ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะเป็นเรื่องราวของประเทศเยเมน แม้กระนั้นทางกองถ่ายหนังได้ใช้เมือง Ouarzazate ประเทศโมรอควัว เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากโดยมาก ซึ่งเป็นเมืองทะเลทราย ที่มีความสวย แล้วก็สาธารณูปโภคที่ดีเมืองหนึ่ง สำหรับคนใดกันแน่ที่อยากไปเยี่ยมเมืองแห่งทราย แต่ว่ารู้สึกเบื่อประเทศอย่างอียิปต์ ดูไบ หรือดูโกเลีย เมือง Ouarzazate เป็นอีกเมืองช่องทางที่น่าดึงดูด

2. Seven Years in Tibet (7 ปี โลกไม่มีทางลืม)
สถานที่น่าเที่ยว: Potala Palace – Tibet
เรื่องราวของหนุ่ม 2 คน ที่ได้หลบหนีการจับมาเป็นๆตัวประกันของท้องนาซี ไปอาศัยอยู่ในประเทศทิเบต แล้วก็ดำเนินชีวิตอยู่ในพระราชสำนักโปตาลาเป็นเวลา 7 ปี ซึ่งคุณลักษณะเด่นของราชสำนักนี้เป็นการสร้างแบบวังซ้อนวัง พระราชวังวงนอกจะมีการลงสีขาว ส่วนราชสำนักชั้นในจะทาสีแดง โดยในตอนนี้ วังโปตาลาเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วก็สถานสักการะบูชา ข้างในวังขาวมีสำนักงานแล้วก็สถานที่เรียนศาสนา ส่วนวังแดงเป็นส่วนที่ใช้ประกอบพิธี ต้องการไปท่องเที่ยวมองสถาปัตยกรรมงามๆจะต้องดูหนังเรื่องนี้เลย

3. Sideways (ไซด์เวยส์ ดื่มชีวิต ริมถนน)
สถานที่น่าเที่ยว: Santa Barbara – USA
พูดได้ว่าเป็นหนังที่กระแสจากนักวิจารณ์เข้าขั้นดีมากและครอบครองรางวัลได้มากมาย ความดังของหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของชายวัย 40 ปี 2 คน ดูหนังออนไลน์ฟรี ที่เริ่มเดินทางไปยังเมืองที่เหล้าองุ่น Santa Barbara ยังทำให้เมืองที่นี้แปลงเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่โด่งดังอีกด้วย คนไหนกันต้องการไปสะกดรอยหนังหรือพักในเมืองที่เหล้าองุ่น ที่เต็มไปด้วยรรมชาติสมบูรณ์บริบูรณ์ก็รีบตรงไปยัง Santa Barbara รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้เลย

4. Into the Wild (เข้าป่าหาชีวิต)
สถานที่น่าเที่ยว: Alaska – USA
หนุ่มน้อยเพิ่งจะจบปริญญาตรี คนตัดสินใจเริ่มเดินทางผู้เดียวไปยังป่าในอลาสก้า จุดมุ่งหมายที่เขารู้สึกว่าจะสามารถหาทางออกของชีวิตได้ และแน่นอนว่าหนังดราม่าเข้มข้นนี้ทำให้ใครหลายคนที่ได้มองอยากไปอลาสก้า ที่ตั้งอยู่ภาคเหนือของอเมริกา สำหรับท่านที่ได้ได้โอกาสไปยังอลาสก้า หากจะเที่ยวให้ครบเมืองคงจะต้องหาเวลาไปนานสักหน่อย เนื่องจากว่าอลาสก้านั้นมีพื้นที่มากที่สุดในเมืองทั้งสิ้นของ ขอบอกได้เลยว่าหนังเรื่อง Into the Wild เป็นหนังที่จะพาคุณไปผจญโลกกว้างได้อย่างแน่นอน

5. In Bruges (คู่นักฆ่าตะลุยมหานคร)
สถานที่น่าเที่ยว: Bruges – Belgium
หนังฟอร์มเล็กที่ทำรายได้พรั่งพร้อม และสามารถครอบครองรางวัลลูกโลกทองมาได้ จะพาผู้ชมพบกับการไล่ล่าเอาชีวิต ที่มีฉากหลังเป็นเมืองบรูช ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กรยูเยสโก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง The Markt หรือมาร์เก็ตสแควร์ที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมอดีตได้อย่างยอดเยี่ยมรวมทั้งเป็นแหล่งจ่ายตลาดประจำถิ่นหรือของฝากที่น่าสนใจ

6. The Secret Life of Walter Mitty (ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Vatnajökull National Park – Iceland
เรียกได้ว่าเนียนสุดๆสำหรับฉากที่ดารานำชายตามหาช่างถ่ายภาพที่แนวเขาหิมาลายา เนื่องจากเรื่องจริงแล้วทีมงานประเด็นนี้ไม่ได้ไปถ่ายทำตรงนั้น แม้กระนั้นถ่ายทำกันที่ Vatnajökull National Park ประเทศไอซ์แลนด์ แล้วก็ใช้ CG (Computer Generated การใช้คอมพิวเตอร์สร้างและก็จำลองภาพต่างๆขึ้นมา) เพื่อช่วยทำให้เนียนตาและสวยสดงดงามขึ้น แต่ว่าอย่างนั้น Vatnajökull National Park ก็ยังเป็นสถานที่ที่น่าไปเยี่ยม แล้วก็ยังเป็นสถานที่ผู้ถูกใจการท้าทายกีฬาเอ็กซ์ตรีมถูกใจอีกด้วย เป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่งที่สร้างสามารถสร้างแรงดลใจและก็ผลักดันให้ท่านรู้สึกโหยหาการท่องเที่ยวอย่างไม่ต้องสงสัย

7. Little Miss Sunshine (ลิตเติ้ล มิสซันไชน์ สาวงามตัวน้อย ร้อยสายสัมพันธ์รัก)
สถานที่น่าเที่ยว: Redondo Beach – USA
หากคุณได้ดูเรื่อง Little Miss Sunshine แล้วต้องการทดลองไปเที่ยวที่ชายหาด Redondo เพื่อสะกดรอยของสาวน้อยสุดสวย ต้องบอกก่อนว่าคุณอาจผิดหวัง เพราะเหตุว่าถึงแม้ว่าในเรื่องจะบอกว่าการแข่งขันนั้นจัดที่ชายหาด Redondo แต่ว่าข้อเท็จจริงแล้วจัดที่รีสอร์ทคราวน์พลาซ่า หาดทราย Ventura ของรัฐแคลิฟอร์เนียต่างหาก น่าเชื่อเลยว่าคุณจะรู้สึกอบอวลทุกอารมณ์กับภาพยนตร์ที่จะปลุกฝันสร้างกำลังใจในชีวิตการไปท่องเที่ยวชอบทำให้ท่านได้เห็นมุมมองในชีวิตรวมทั้งข้อคิดกลับมาเสมอ ภาพยนตร์เรื่อง Little Miss Sunshine หัวข้อนี้ต้องการขอชี้แนะว่ามองกี่ทีก็ได้สิ่งดีๆกลับมาเสมออย่างแน่นอน

8. Mr. Bean’s Holiday (มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Cannes Beach – France
คนจำนวนไม่น้อยคงรู้จักเมืองคานส์แค่เป็นสถานที่จัดงานของ ‘เทศกาลหนังเมืองคานส์’ (เทศกาลที่สะสมภาพยนตร์และสารคดีจากทุกมุมโลกมาประกาศผลรางวัล) โดยได้รับการยินยอมรับจากนักดูหนัง ว่าเป็นเทศกาลหนังที่ดีอันดันต้นๆของโลก แต่อาจจะไม่รู้ว่าเมืองคานส์นั้นมีริมทะเลที่งามมีนักท่องเที่ยวจากหลายเมืองของประเทศฝรั่งเศสมาเยือน เว้นแต่ความงดงามแล้ว เมืองคานส์นั้นยังสามารถเดินทางจากเมืองนีชได้สะดวกด้วยรถไฟอีกด้วย การพักผ่อนหย่อนใจจากการไปท่องเที่ยวก็อาจเป็นความสุขในต้นแบบหนึ่ง แล้วก็ภาพยนตร์เรื่อง Mr. Bean’s Holiday ที่พวกเราพรีเซนเทชั่นนี้ก็พูดได้ว่าจะมีผลให้คุณบรรเทาจากความตึงเครียดได้อย่างดีแน่ๆทั้งความสำราญ ความตลก ตลอดการพักร้อน กล่าวได้ว่าครบทุกอารมณ์ที่คุณปรารถนา

9. The Holiday (เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อน)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: California – USA
หนังโรแมนติกคอมเมดี้แสนน่ารักน่าเอ็นดู ที่สองสาวคนผิดหวังจากความรักตัดสินใจแลกบ้านกันอยู่เพื่อหลีกหนีจากความเศร้าหมองและน่าระอาจากสถานที่เดิมๆแล้วก็ที่ตั้งของบ้านของอแมนด้าซึ่งแสนเงียบสงบ และก็อยู่ห่างจากเมืองแคลิฟอร์เนียเพียงแต่ไม่กี่นาที ทำให้พวกเราอยากเสนอแนะสถานที่นี้ให้คนที่ได้ได้โอกาสไปแคลิฟอร์เนีย แต่ว่าอาจมีบางวันที่อยากได้หลีกหนีจากความระส่ำระสายได้ทดลองไปเยี่ยมสักครั้ง ให้การเดินทางคราวนี้เป็นการพักเช่นดวงใจที่อยากได้ สามารถเก็บบรรยากาศกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆจากหนังเรื่อง The Holiday ที่แสนจะโรแมนติกกัน

10. The Tourist (ทริปลวงโลก)
สถานที่น่าเที่ยว: Danieli Hotel – Italy
เป็นหนังแอ็กชั่นที่แสนโรแมนติกจริงๆเพราะเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี อีกเมืองหนึ่งที่ผู้คนจำนวนมากยกให้เป็นเมืองโรแมนติกลำดับที่หนึ่งของโลก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกรวมทั้งนางเอกทานดินเนอร์กันสองคน ซึ่งถ่ายทำที่อพาร์เม้นท์ Danieli สุดหรู ช่วยทำให้ฉากดินเนอร์นั้นดูโรแมนติกเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม สำหรับใครกันแน่ที่สบโอกาสไปเมืองเวนิชแล้วต้องการดินเนอร์ในบรรยากาศหรูๆร้านอาหารของอพาร์เม้นท์ Danieli เป็นขั้นตอนแรกที่ควรไป แค่มองเห็นก็หัวใจเต้นกระทั่งต้องการจะไปให้ได้ในวินาทีนี้

ไอเดียแต่งบ้านงามปัง จากหนังดังเรื่องโปรด! TO INSPIRE YOUR HOME

ดูหนัง netflix คนใดจะมีความรู้สึกว่า ดูหนังออนไลน์ เรื่องโปรดก็สามารถเฉิดฉายไอเดียการตกแต่งบ้านได้ ! บ่อยที่เราดูหนังจะเห็นได้ว่ามีหลายๆเรื่องเลยที่จัดแต่งฉากตามส่วนต่างๆในบ้านได้งามมากมายก่ายกอง งามน่าอยู่จนถึงผู้ชมแบบเราต้องการจะมีบ้านแบบในหนังอยู่กันเลยล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาเสนอแนะหนังเรื่องดังเรื่องสนุกที่คุณดูแล้วต้องร้องว้าว! ไปกับความงามของการจัดแจงสถานที่ถ่ายทำ ยืนยันว่าดูแล้วหลายๆคนกระจับปิ้งไอเดียการแต่งบ้านตามหนังเรื่องนี้กันเลยล่ะ

1. มารู้จะหนังเรื่อง ล่าผ่านโลกอนาคต (TRON Legacy)
หากจะพูดถึงหนัง Sci-fi วางแบบเยี่ยมสักเรื่อง รับประกันว่าหนังหัวข้อนี้อยู่ในลิสต์แน่ๆ TRON: Legacy ภาคต่อของ TRON (1982) หนังไซ-ไฟที่มีชื่อเสียง และก็มีอำนาจจากช่วงปี 80 ในสมัยนั้น เป็นเรื่องราวของแซม ฟลินน์ ลูกชายของเควิน ฟลินน์ตัวนำจากภาคก่อนที่ถูกดูดเข้าไปในจักรวาลดิจิตัล แล้วก็ได้พบกับพ่อที่หายตัวไปกว่า 20 ปี ด้านในโลกไซเบอร์นี้เองที่ทำให้เราจำต้องตื่นตาตื่นใจไปกับฉากที่ดีไซน์ให้เหมาะมนุษย์ในโลกดิจิตัล ประสมประสานความร่วมยุคกับความล้ำยุคที่อนาคต โดยเฉพาะบ้านที่เควิน ฟลินน์ผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ป้องกันภัย ความคลาสสิกสไตล์ทรอนสะท้อนความทรงจำของฟลินน์เกี่ยวกับความสวยสดงดงามในโลกความจริงของผู้คนที่เขาคิดถึง ท่ามกลางสเปซที่สงบสุขุมภายใต้บรรยากาศสลัว สิ่งของทุกๆสิ่งทุกๆอย่างล้วนดูอย่างกับว่าเรืองแสงในตนเอง ส่วนทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ผิวสัมผัสมันวาวก็เป็นการสื่อถึงความสวยในรูปแบบของวิทยาศาสตร์ ดูไม่ตรงกันกับฝาผนังหินหยาบคายสกัดด้วยมือ แถมด้วยคอลเล็คชั่นเครื่องเรือนในตำนาน ดูหนัง netflix สะท้อนรสนิยมชั้นเลิศได้เป็นอย่างดี ทั้งสิ้นมองผิดตาในบรรยากาศสุดล้ำ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างแรงดลใจให้พวกเราอยากหยิบยืมมาใช้แปลงโฉมบ้านบ้างไม่มากก็น้อย แล้วคุณละเห็นด้วยไหม

2. ฉากงานสถาปัตยกรรมที่สุดยอดจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski
จากนิยายของคนเขียนชาวอเมริกัน Brian Daley ทรอนแปลงเป็นหนึ่งในหนังที่นักวิพากษ์วิจารณ์บอกความหมายว่า “Cult Film” ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบกระทั่งเกิดวัฒนธรรมเฉพาะกรุ๊ปขึ้นมา ดูหนังซีรี่ย์ กระทั่งถึงภาคล่าสุดในปี 2010 หากแม้ตัวหนังจะทำเงินได้ไม่มากมายสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นก็สร้างอิมแพคให้กับวงการแฟชั่น ดนตรี งานดีไซน์ ไปจนกระทั่งภาคเทคโนโลยี ซึ่งตอบรับปรากฏการณ์ที่ไลฟ์สไตล์นี้อย่างทั่วถึง
เบื้องหลังความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ อาจเป็นคนใดไปมิได้เว้นเสียแต่ผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski หากแม้เขาจะเป็นเจ้าของบริษัททำเว็บไซต์ และชำนิชำนาญสำหรับในการกำกับหนังประชาสัมพันธ์มาก่อน แม้กระนั้นก็ได้รับความเชื่อถือจากวอวอลต์ดิสนีย์ให้สร้าง TRON ภาคใหม่ภายใต้ทุนสร้างมากถึง 170 ล้านเหรียญ รวมทั้งด้วยดีกรีด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของเขาผสานกับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากกลุ่มนักออกแบบ แล้วก็ดีไซน์เนอร์นอกแวดวงภาพยนตร์ เราก็เลยได้มองเห็นฉากงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งด้านใน ไปจนถึงยานพาหนะสุดเยี่ยมที่ได้รับการตีความออกมาในภาษาของงานวางแบบสุดล้ำอนาคตสไตล์ทรอน

3. ไอเดียวการตกแต่งจากหนังให้ความรู้สึกถึงโลกอนาคตที่นำสมัย
ถึงแม้สไตล์ย้อนยุคจะน่าหลงใหล แต่ว่าออกแบบของโลกอนาคตก็เจ๋งไม่ใช่เล่น Futuristicหมายถึงสไตล์การออกแบบที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแบบอย่างวิถีชีวิตแห่งอนาคต ย้ำการใช้รูปแบบที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองของเทคโนโลยี หรือความทันสมัยที่มนุษย์ใฝ่ฝันแต่ยังเอื้อมไม่ถึงในห้วงอวกาศที่ดำมืดหรือกาแล็กซี่อันไกลโพ้น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งที่ดูไม่นิมัลท่ามกลางสเปซที่เวิ้งว้าง แต่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวลื่นไหล รวมทั้งวัตถุเรืองแสงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยานอวกาศ สร้างสเปซล้ำๆของคุณเองได้ไม่ยากด้วยการใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวที่เป็นได้ อาทิเช่น วัสดุกรุผิวสีขาวแผ่นเรียบแบบไฮกลอส หรือกระจกฝ้าฝังไฟข้างหลังเพื่อมองเรืองแสง เพิ่มเนื้อหาด้วยเส้นสายสีเงินเงา เน้นย้ำสเปซให้เด่นด้วยสีดำของหินธรรมชาติที่มีผิวสัมผัสหยาบ เติมรายละเอียดที่เพิ่มกลิ่นอายความเป็นบ้านด้วยของตกแต่ง และก็เครื่องเรือนสีเงินวับๆหรือคริสตัล ร่วมด้วยส่วนประกอบที่ลดทอนกระทั่งมองร่วมยุคขึ้น อย่างคิ้วบัวหรือเฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิกที่ทำจากอะคริลิกใส

เป็นยังไงกันบ้างดูหนังจบแล้วยังได้ไอเดียดีๆอีก การดูหนังให้ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ใช่มั้ยล่ะ ดูหนังเพื่อความรื่นเริงใจกันแล้ว แถมยังได้เรื่องคิดดีๆเป็นแถวทางในการสร้างสรรค์ความสวยงามให้กับที่อยู่อาศัยได้อีกมีแต่ว่าคุ้มกับคุ้มจริงๆเลย

ชวนมาดูหนังออนไลน์ แนว Horror ระทึก ทุกเสียงลมหายใจ!

ดูหนังออนไลน์ฟรี ผู้ใดกันแน่ต้องการ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต และเป็นคอหนังแนวสยองขวัญ กระตุกต่อมความกลัว เชื้อเชิญขนหัวลุก วันนี้ทางเราถือโอกาสช่วงที่ทุกคนจำเป็นต้องอยู่บ้านตอนวัววิด แล้วเกิดอาการเบื่อๆอยากหาอะไรที่ลุ้นระทึกตื่นเต้นๆมอง มาทางนี้ มาเลยค่ะ มาดูหนังออนไลน์ แนว Horror ระทึก ทุกเสียงลมหายใจ!กัน เราเลือกมาแต่เรื่องที่เด็ดๆทั้งหมด ดูแล้วลองโหวตกันนะว่าแต่ว่าละเรื่องที่พวกเราคัดมากมายระตุๆกต่อมความหวาดกลัว เชื้อเชิญขนหัวลุก คอหนังแนว Horror ได้แค่ไหน !

คนเรียกผี 2 (The conjuring 2)
เรื่องเเรกที่อยากเราพรีเซ็นท์เลย สำหรับ The Conjuring 2 ภาพยนตร์ระทึกขวัญ เชิญขนลุก มาในภาคนี้เรื่องได้เกิดกับครอบครัวฮอดจ์สัน ที่มีเพียงซิงเกิลมัมอย่าง “เพคกี้ ฮอดจ์สัน” และก็ลูกอีก 4คน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ความพีคของ เพคกี้ มีต้นเหตุที่เกิดจากการที่ถูกผัวทิ้งไปและก็จะต้องรอเลี้ยงลูกตตามลำพัง ประกอบกับจะต้องถูกวิญญาญร้าย อาละวาดโดยการเข้าสิง เจเนต ลูกสาวของคุณอีกด้วย ก็เลยถึงคิวของ “เอ็ด” กับ “ลอเรน วอร์เรน” ที่ต้องเดินทางผ่านทวีปเพื่อช่วยเหลือครอบครัวฮอดจ์สัน งานนี้ โปรดักชั่น ดีไซน์ เทพมากมาย ภาพสวย สมจริง ดูหลอนๆยาวๆกันไปถึง 133 นาที กันอย่างยิ่งจริงๆ

ตุ๊กตาซ่อนผี (The boy)
บางทีก็อาจจะพูดได้เลยว่า The Boy เป็นหนังที่สามารถประกัน ความศรัทธาโบราณที่ว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ดูหมิ่น” ได้ดีที่สุด เนื่องจากว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเครือญาติ Heelshire คนรวยเก่าที่อาศัยอยู่ในชนบท อังกฤษ ซึ่งสองผัวเมียต้องท่องเที่ยวเมืองนอก ก็เลยว่าจ้าง “เกรต้า อีวานส์” สาวอเมริกันให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กระหว่างที่ทั้งคู่ไม่อยู่ กับทิ้งกฎ 10 ข้อ ให้คุณได้ทำตาม
สิ่งที่แปลกใจสำหรับเกรต้าเป็นเด็กที่เธอจำต้องดูแลตลอดตอนที่สองผัวเมียไปที่ต่างประเทศ กลับไม่ใช่เด็กจริงๆเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาเท่านั้น สาวอเมริกันอปิ้งเธอ จึงเห็นว่าเกิดเรื่องไม่มีประโยชน์ และไม่ทำตามอย่างกฎ 10 ข้อที่วางไว้ จากนั้น…คุณก็พบเรื่องราวหลอนๆภายในบ้านอย่างที่คิดไม่ถึง และก็เสน่ห์ของหนังประเด็นนี้อยู่ที่เกรต้า แสดงนำโดย “ลอว์เรน วัวฮาน” ความหวาดกลัวของคุณ ก่อให้เกิดการพิสูจน์ และท้าทาย หรือหากเป็นภาษาบ้านๆอย่างเราหรือ “ดูหมิ่น” เรื่องราวจะเป็นเยี่ยงไรคงจะจำเป็นต้องให้ผู้ชมติดตามคุ้นเคย หากชอบ ไหมถูกใจ ยังไง สามารถมาแบ่งปัน รวมทั้งแชร์ข้อคิดเห็นกันได้นะ

มันออกมาขย้ำ (Light out)
Lights out ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะบอกเล่าเรื่องราวของ “รีเบคก้า” ซึ่งเจอหน้ากับเรื่องประหลาดโดยตลอด ทุกครั้งที่คุณปิดไฟ คุณรู้สึกประหนึ่งว่ากำลังถูกวิญาณร้ายตามล่าอยู่ ในเวลาเดียวกันน้องชายของคุณ “มาร์ติน” ก็ถูกวิญญาณร้ายตนนี้รุกรามเช่นกัน เรื่องราวทั้งปวงอาจจะต้องย้อนไปถึง “โซเฟีย” ผู้เป็นแม่ซึ่งมีอาการป่วยเป็นโรคทางจิต ข้างหลังสูญเสียผัวที่ตายอย่างปริศา ทั้งสองจำเป็นต้องเชื่อมโยงเรื่องทั้งปวง เพื่อค้นหาตัวการของวิญญาณร้ายที่รอหลอกยาม ดูหนังออนไลน์ฟรี “ไฟดับ” ลง ถึงดูผิวเผินหนังประเด็นนี้เสมือนจะไม่ค่อยมีอะไรพิเศษ แม้กระนั้นขอบอกเลยว่า การเก็บเนื้อหาของเสียงปฏิบัติดีมากๆ“เงียบ แม้กระนั้นไม่เงียบ” แม้มีลำโพง หรือหูฟัง ที่สามารถเก็บเนื้อหาตรงนี้ได้ รับประกันเลยว่าหนังหัวข้อนี้จะก่อให้คุณอินสุดๆแบบจำต้องเปิดไฟนอนกันเลย

อีกด้านหนึ่งของประตู (The other side of the door)
ถ้าเกิดเบื้องหลังประตูบานนั้นคือเสียงของผู้ที่คุณรักที่สุด คุณจะเปิดประตูหรือไม่? แน่ๆที่สุดถ้าหากเป็นเหตุการณ์ทั่วไป ทุกคนอาจตอบว่า เปิดแน่นอน แม้กระนั้นสำหรับสถานะการณ์นี้อาจจะเป็นผลให้คุณจำเป็นต้องคิดทบทวนอีกสักรอบ ด้วยเหตุว่า The Other Side of the Door เกิดเรื่องราวของ “มาเรีย” คุณแม่ลูกสอง ซึ่งสูญเสียลูกชายไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วยความเศร้าเศร้าใจ โดยมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นสาเหตุทำให้จำต้องเสียลูกชายไป ก็เลยขอความเห็นกับแม่แพทย์ชาวฮินดูเพื่อติดต่อขอคุยกับวิญญาณลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย วิธีการทำพิธีการในแบบฉบับของศาสนาฮินดูในรูปภาพยนตร์หัวข้อนี้ ต้องเข้าไปยังวิหารในป่าลึก ซึ่งมาเรียได้รับอนุญาตให้ได้เพียงคุยเท่านั้น ห้ามเปิดประตูที่อยู่ด้านหน้า แต่ว่าความอาลัยอาลัยทำให้เธอเผลอไปเปิดประตูเข้า ดูหนังออนไลน์ฟรี ความทารุณโหดร้ายในคราบเปื้อนของลูกชายคุณจึงปรากฎออกมา รวมทั้งพุ่งจุดหมายไปที่บุตรสาวคนเล็กของเธอ ความรันทดที่เกิดขึ้นจากการเปิดประตูกำลังใกล้ มาเรียจะปรับปรุงเหตุการณ์อย่างไร คงจะจำเป็นต้องไปหาซื้อมาชมกันแล้วละ

หวังว่าคงชื่นชอบชาวหนังผีกันนะคะ สำหรับคนใดกันเป็นคนชอบดูหนังแนวสยองขวัญ สั่นประสาทต้องตามไปดูให้ครบทุกเรื่องเลยจ้า ยืนยันว่าไม่ทำให้คุณไม่ถูกหนังแน่นอน เนื่องจากแต่ละเรื่องที่เราคัดมาเด็ดดวงทั้งนั้น ห้ามพลาด

เทคนิคการดูหนังกับการทำวิดีโอคอนเท้นต์สู่การเป็นยูทูปเบอร์

ดูหนังออนไลน์ฟรี เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าการ ดูหนังผ่านเน็ต ดูซี่ปรี่ย์ออนไลน์ อยู่บ้านธรรมดาๆก็ฝึกความชำนาญแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์ต่อยอดการเป็นยูทูปเบอร์ได้ ! ที่สำคัญเป็น จำเป็นต้องดูหนังให้เป็น หนังนอกเหนือจากการที่จะมอบความสนุกสนาน ผ่อนคลายแล้ว พวกเรายังสามารถเพิ่มมุมมอง ความคิด เนื้อหาต่างๆให้พวกเราได้อีกด้วย ลองสังเกตุมองว่าหนังหลายๆเรื่องจัดวางองค์ประกอบ ฉาก แสง สีก้าวหน้าและงามมาก คนทำหนังทำยังไง จัดมุมกล้องยังไง หนังแต่ละเรื่องมีแนวความคิดอย่างไรสำหรับเพื่อการนำเสนอเรื่องราว ดูหนัง netflix ให้น่าดู น่าติดตาม มาทดลองสังเกตเนื้อหาเหล่านี้กัน ตามมาเลย

1. พินิจโทนสีที่ใช้
โทนสีที่ใช้ในหนังแต่ละฉาก แต่ละเรื่องจะมีการ Grading สีที่ต่างกันออกไป ให้อารมณ์คนละแบบ วิธีที่ง่ายสุด เป็นเลือกจำโทนที่ถูกใจไว้เป็นตัวอย่างแล้วลองแกะออกมาใช้ในแบบที่เราชอบดู

2. พินิจอารมณ์
ทดลองสังเกตุอารมณ์จากหนัง สายตาต่างๆเราทดลองจำความรู้สึก รายละเอียดของ สีหน้า อารมณ์ เพื่อใช้เพื่อการเก็บบันทึกงานวิดีโอของเรา เพราะการถ่ายงานลักษณะนี้มักจะจำเป็นต้องเข้าใจในเรื่องอารมณ์ในการพรีเซ็นท์ด้วย

3. ดูการวางเฟรมภาพ
การวางเฟรมสำหรับในการถ่ายทำหนังมีมากมายแบบมาก มากมายกระทั่งที่เราทดลองเอามุมไปใช้ถ่ายงานวิดีโอพวกเราได้นะ อย่างมุมกล้องถ่ายภาพของการเล่าเรื่องท่องเที่ยว หรือเล่าบรรยากาศในเมือง เราแค่สังเกตว่าในเรื่องจัดเฟรมภาพ จัดมุมกล้องถ่ายรูปอย่างไร แล้วลองเอามาใช้มอง

4. พิจารณาการเล่าเรื่องจากหนัง
ลำดับการเล่าเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการเขียนรีวิว การใช้คำกล่าวให้น่าสนใจ และก็ต่อเนื่องเกิดเรื่องราวเดียวกัน พวกเราจะต้องให้รายละเอียดการเล่าเรื่องชมรมกับเนื้อหาวิดีโอในการนำเสนอ ดูหนังออนไลน์ฟรี ซึ่งพวกเราสามารถทำความเข้าใจจากการดูหนังได้อีกแนวทางนึง

5. พิจารณาเนื้อหาในฉาก
การใส่ใจเนื้อหา ความเข้ากันของรายละเอียดในวิดีโอเป็นสิ่งจำเป็น จำต้องให้เกิดเรื่องเดียวกัน ตีมเดียวกัน เกี่ยวข้องกัน ทดลองดูรายละเอียดที่ได้รับมาจากหนังภาพยนตร์แล้วก็ใช้เป็นต้นแบบสำหรับเพื่อการวางเนื้อหาสำหรับในการถ่ายทำวิดีโอคอนเท้นต์พวกเราก็ได้

6. ดูมุมกล้องถ่ายภาพจากหนัง
มุมกล้องถ่ายรูปในการเล่าเรื่องก็จะมีความต่างกันออกไป ถ้าหากเราชอบมมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองจับมาใช้ดูโดยจำจากการดูหนังในฉากกล้วยๆพวกเราบางครั้งก็อาจจะทดลองฝึกหัดถ่ายวีดีโอตามมุมที่จำมากจากหนัง และหมั่นฝึกหัดไปเรื่อยๆจะมีผลให้พวกเราเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

7. พินิจการจัดแสง
การถ่ายวิดิโอในบางพื้นที่พวกเรารู้อยู่แล้วถ้าหากถ่ายด้วยแสงสว่างธรรมชาติไม่เพียงพอแน่นอน พวกเราทดลองศึกษามองว่าเขามีการจัดไฟลักษณะไหน หรือแสงที่ใช้สำหรับการถ่ายทำเป็นแบบอย่างไหน แล้วเอามาปรับใช้กับการถ่ายของเรา

8. ดูแนวการคิดของคนทำหนัง
ในที่สุดเป็นทดลองพิจารณาแนวคิดของผู้ที่ทำหนังดู พวกเราจะได้ทั้งการเตรียมตัว มุมมอง การเลือกใช้สี สารพันอย่าง เพียงแต่เราพินิจจากการดูหนังมากขึ้น

การดูหนังมอบมุมมอง รวมทั้งมอบไอเดียความนึกคิดให้พวกเราได้ แม้กระนั้นแค่จะต้องมองให้เป็นเพียงเท่านั้น แนวทางการทำหนังสักเรื่องกับแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์สักคลิป ถึงวิธีทำงานจะไม่ค่อยเช่นกันนัก แม้กระนั้นก็มีจุดหมายแบบเดียวกัน คือส่งสารนั้นไปยังผู้ชม เราสามารถกล่าวถึงทริคดีๆจากหนัง มาปรับใช้ให้เข้ากับงานของเราได้เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตวิดีโอคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพส่งมอบไปยังผู้ชมของเรา

แนวทางการดูหนังกับแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์สู่การเป็นยูทูปเบอร์

ดูหนังออนไลน์ เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าการ ดูหนังผ่านเน็ต ดูซี่ปรี่ย์ออนไลน์ อยู่บ้านปกติก็ฝึกทักษะกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์ต่อยอดการเป็นยูทูปเบอร์ได้ ! ที่สำคัญคือ จะต้องดูหนังให้เป็น หนังนอกเหนือจากการที่จะมอบความสนุก บรรเทาแล้ว พวกเรายังสามารถเพิ่มมุมมอง ความนึกคิด เนื้อหาต่างๆให้เราได้อีกด้วย ลองสังเกตุดูว่าหนังหลายๆเรื่องจัดวางส่วนประกอบ ฉาก แสง สีได้ดีและก็งามมากมาย คนทำหนังทำเช่นไร จัดมุมกล้องยังไง หนังแต่ละเรื่องมีแนวความคิดอย่างไรสำหรับในการพรีเซนเทชั่นเรื่องราว ให้น่าดู น่าติดตาม มาทดลองพิจารณารายละเอียดกลุ่มนี้กัน ตามมาเลย

1. พิจารณาโทนสีที่ใช้
โทนสีที่ใช้ในหนังแต่ละฉาก แต่ละเรื่องจะมีการ Grading สีที่ไม่เหมือนกันออกไป ให้อารมณ์คนละอย่าง วิธีที่ง่ายสุด คือเลือกจำโทนที่ชอบไว้เป็นตัวอย่างแล้วทดลองแกะออกมาใช้ในแบบที่เราชอบดู

2. สังเกตอารมณ์
ลองสังเกตุอารมณ์จากหนัง สายตาต่างๆพวกเราทดลองจำความรู้สึก รายละเอียดของ สีหน้า อารมณ์ เพื่อใช้สำหรับเพื่อการเก็บบันทึกงานวิดีโอของพวกเรา ด้วยเหตุว่าการถ่ายงานลักษณะนี้ชอบต้องเข้าใจถึงอารมณ์สำหรับในการนำเสนอด้วย

3. พินิจการวางเฟรมภาพ
การวางเฟรมในการถ่ายหนังมีนานาประการแบบมาก มากจนที่พวกเราทดลองเอามุมไปใช้ถ่ายงานวิดีโอพวกเราได้นะ อย่างมุมกล้องของการเล่าเรื่องท่องเที่ยว หรือเล่าบรรยากาศในเมือง เราแค่สังเกตว่าในเรื่องจัดเฟรมภาพ จัดมุมกล้องถ่ายภาพยังไง แล้วทดลองเอามาใช้ดู

4. พินิจการเล่าเรื่องจากหนัง
ลำดับการเล่าเรื่องเป็นสิ่งจำเป็น โดยยิ่งไปกว่านั้นการเขียนรีวิว การใช้คำกล่าวให้น่าดึงดูด แล้วก็ต่อเนื่องเกิดเรื่องราวเดียวกัน พวกเราจะต้องให้เนื้อหาการเล่าเรื่องสมาคมกับเนื้อหาวิดีโอสำหรับการพรีเซ็นท์ ซึ่งพวกเราสามารถทำความเข้าใจจากการดูหนังได้อีกหนทางนึง

5. พินิจรายละเอียดในฉาก
การใส่ใจเนื้อหา ความเหมาะของรายละเอียดในวิดีโอเป็นเรื่องสำคัญ จำต้องให้เกิดเรื่องเดียวกัน ตีมเดียวกัน สัมพันธ์กัน ทดลองดูรายละเอียดจากหนังภาพยนตร์แล้วใช้เป็นต้นแบบสำหรับเพื่อการวางเนื้อหาในการถ่ายทำวิดีโอคอนเท้นต์พวกเราก็ได้

6. พินิจมุมกล้องจากหนัง
มุมกล้องถ่ายภาพสำหรับการเล่าเรื่องก็จะมีความต่างกันออกไป หากเราถูกใจมมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองหยิบมาใช้มองโดยจำจากการดูหนังในฉากกล้วยๆพวกเราบางครั้งก็อาจจะทดลองฝึกหัดบันทึกวีดีโอตามมุมที่จำมากมายจากหนัง และหมั่นฝึกฝนไปเรื่อยๆจะทำให้เราชำนิชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ

7. ดูหนังออนไลน์ ดูการจัดแสงสว่าง
การถ่ายวิดิโอในบางพื้นที่เรารู้อยู่แล้วถ้าถ่ายด้วยแสงธรรมชาติไม่พอแน่ๆ เราทดลองเล่าเรียนดูว่าเขามีการจัดไฟลักษณะไหน หรือแสงสว่างที่ใช้สำหรับในการถ่ายทำเป็นแบบไหน แล้วเอามาปรับใช้กับการถ่ายของเรา

8. ดูแนวการคิดของคนทำหนัง
ในที่สุดคือลองสังเกตแนวคิดของผู้ที่ทำหนังดู เราจะได้ทั้งการจัดเตรียม มุมมอง การใช้สี สารพันอย่าง แค่เพียงเราดูจากการดูหนังมากขึ้น

การดูหนังมอบมุมมอง รวมทั้งมอบไอเดียความคิดให้พวกเราได้ แต่แค่จะต้องมองให้เป็นเพียงเท่านั้น ดูหนังออนไลน์ฟรี วิธีการทำหนังสักเรื่องกับแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์สักคลิป ถึงกระบวนการทำงานจะไม่ค่อยแบบเดียวกันนัก แต่ก็มีจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกัน คือส่งสารนั้นไปยังผู้ชม พวกเราสามารถหยิบยกทริคดีๆจากหนัง มาประยุกต์ใช้ให้กับงานของเราได้เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างวิดีโอคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพส่งไปยังผู้ชมของเรา

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจแห่งช่วง

ดูหนังออนไลน์ฟรี ใครกำลังหา ดูหนังผ่านเน็ต ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในช่วงกักตัวจากไวรัสโควิดแบบนี้ ต้องตามมาทางนี้ เพราะพวกเราจะมาเชื้อเชิญทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งก็อาจจะเคยทราบคำพูดที่ว่าการดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ฉะนั้น หลายๆครั้งการเรียนถึงวิถีทางของการจัดการปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนอะไรบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ และในในที่สุด แม้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องอาจจะช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้ก็ตาม แต่ว่าขั้นต่ำเราก็เชื่อว่าขณะของหนังที่มีประเด็นด้านบวกสักเรื่องนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนจบ จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การนาซานั้นคงจะไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว นั่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงคนเดียว รวมทั้งข้อคิดสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกๆอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกสิ่งจะผิดพลาดกระทั่งคุณบอกว่า นี่แหละ นี่เป็นจุดสิ้นสุดของฉัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมหรือจะยืนขึ้นสู้ ดูหนังออนไลน์ คุณแค่เริ่ม คิดคำนวณ แก้ไขปัญหาแรกให้ได้ แล้วค่อยจัดการกับปัญหาถัดไป และจากนั้นก็ต่อไป เมื่อคุณขจัดปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับบ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเดียวดายในใจของ ฮิโรโกะ วาตาทุ่งนาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่เธอทดลองเขียนถึงผัวของตัวเองที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ หญิงที่ชื่อและสกุลเหมือนกับชายคนรักของเธอโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าเช่นกันเช่นเดียวกันกับฝาแฝดได้มาเจอกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็ค่อยๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวผ่านความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็พบกับความอบอุ่นในชีวิตเสมือนแสงอาทิตย์จากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์บรรยายชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้จำเป็นต้องฝ่าฟันขวากหนามเยอะมากที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ข้างในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นเสมือนความสุขเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่สิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะทุกข์ใจแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าหากเรามองหาความสบายที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นเสมือนแสงดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในตอนกลางคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืมเลือน
ถ้าหากเราลืมความเจ็บได้ คงจะดีไม่น้อย แต่ว่าในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง แม้กระทั่ง โจเอล บาริช ชายที่ลบความทรงจำที่มีร่วมกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ทว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าความทรงจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา และความเจ็บไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองเยียวยากันและกัน และก็เติบโตในความเชื่อมโยงถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่สำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ คู่หูคู่กาย เริ่มเชิญชวนเขาไปทำอะไรสนุกสนานๆบ้าระห่ำสารพัดสารพัน ก่อนที่โน่นจะเปลี่ยนเป็นแง่คิดสำคัญว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์เราเกิดมาคราวหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเสียใจไปทำไม การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดเหวี่ยงตามใจฉัน อาจหมายความว่าคำว่าชีวิตได้ดีกว่าการนั่งถอนใจรอคอยความตายอย่างแน่แท้

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้
เพราะว่าบางเวลาคุณอาจจะร้อนใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไร้เสียงซึ่งแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี รวมทั้งนี่คือเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ ชายหนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว เหงา และสงัดเงียบ จนกระทั่งเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าโดยความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยรู้สึกว่าพอใจ กลับกลายความทุกข์ใจที่เขาก้มหัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์และก็อัลลี ที่ได้ตกหลุมรักกันอย่างหมดหัวใจ แต่จำต้องถูกอกถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาสำคัญต่อความรัก จนกระทั่งทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน ก่อนที่จะถัดมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้เรารู้เรื่องว่า สุดท้ายแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับความทุกข์ใจที่ไม่แน่ชัด ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความมุ่งหวัง’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยป่วนปั่นหัวใจปึ้ก
นี่อาจเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ทรมานสะดุดใจแล้วก็เตะตาเรามากที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นเขินอายที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้พบกับแซมแล้วก็แพทริก เพื่อนกรุ๊ปแรกในชีวิตที่คอยช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชายหนุ่มทั้งหลายทำให้เรารู้ว่า ไม่ว่าใครจะเจอกับปัญหาที่เจ็บแบบไหน ถ้าเกิดมีใครสักคนรอรับฟังแล้วก็อยู่ดูแลดวงใจในขณะที่ห่อเหี่ยว เป็นลู่ทางหลักที่ไม่ต้องนั่งขจัดปัญหาตามลำพังให้ทรมาทรกรรมจนเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เนื่องจากว่ารัก คือเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของวัยรุ่นในยุคปัจจุบันที่กำลังเจอกับทางเท้าในชีวิตที่ส่องสว่างเหมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างค่อยๆริบหรี่ลงเพราะว่าเรื่องของความสัมพันธ์ รวมทั้งผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันจึงกลายเป็นแรงที่เกื้อหนุนจุนเจือกันและก็ช่วยทำให้แสงสว่างแห่งชีวิตของแต่ละฝ่ายกลับมาฉายแสงได้อีกครั้ง แม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆถูกใจอย่าง Lost Stars แต่ว่าเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวพันได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) อัศจรรย์อารมณ์ปั่นป่วน
ทำความเข้าใจ เห็นด้วย เติบโต เรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าพื้นฐานจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้เท่าทันและก็จัดการกับอารมณ์ตัวเอง แม้กระนั้นสำหรับผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่เข้าใจ แม้กระนั้นสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์ซึมเศร้า หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้มิได้สอน แม้กระนั้นดึงและคาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติภารกิจคัดกรองและแปลความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘คนอื่น’ ที่แตกต่างเช่นเดียวกัน
มนุษย์เป็นยังไง ความเจ็บปวดเป็นอย่างไร การมีชีวิตคืออะไร และก็เวลาเรามีจำกัด นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่เชื้อเชิญให้เราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พยายามดิ้นรนค้นหาความสำราญภายใต้หน้ากาก เราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะพบกับความสำราญที่เรียกว่าอะไร ความรัก การงาน หรือครอบครัว ดูหนังซีรี่ย์ เราไม่บอก แต่แค่ทราบดีว่าการไม่หลอกตัวเองแล้วก็ยอมรับให้ได้อาจเป็นยารักษาดวงใจที่ยอดเยี่ยมแล้ว

ดูหนังยังไงให้จีบผู้หญิงติด ชี้แนะหนัง 5 เรื่องสอนแนวทางจีบสาว

ดูหนังซีรี่ย์ คนใดกันจีบสาวไม่เก่ง มาทางนี้ เราขอเสนอแนะให้ ดูหนังผ่านเน็ต ที่เราคัดมาให้ 5 ประเด็นนี้เลย รับรองว่าจะได้ทริคดีๆไปใช้ตบมุกให้สาวๆหลงได้แน่นอน ในตอนกักบริเวณจากวัววิดนี้แหล่ะ เหมาะสมแก่การฝึกอบรมวิชาจีบสาวยิ่งนัก ทราบไหมว่าการดูหนังนั้นให้อะไรกับเราหลายประเภทเลยจ๊ะ นอกจากเรื่องความบันเทิงแล้ว หนังบางเรื่องยังแอบแฝงวิชาความรู้แล้วก็แง่คิดดีๆเอาไว้ สำหรับชายหนุ่มๆผู้ใด ที่มีนิสัยเขินอาย จีบสาวไม่เป็น แต่ไม่รู้เรื่องจะหารือคนใดกันแน่หรือให้คนไหนมาสอน ขอเสนอแนะให้ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตสอนจีบผู้หญิง ทั้ง 5 เรื่องนี้ ที่น่าจะเป็นตัวช่วยปรับให้คุณจีบผู้หญิงเก่งขึ้น!

1. Crazy, Stupid, Love (2011) โง่ทึ่มบ้า เพราะว่าความรัก
หนังหัวข้อนี้จัดว่าตอบโจทย์มากๆสำหรับชายหนุ่มๆที่ต้องการรู้เคล็ดวิธีในการจีบสาว โดยในเรื่องตัวละคร เจค็อบ ที่แสดงโดยหนุ่มหล่ออย่าง ไรอัน กอสลิง จำเป็นต้องมาทำหน้าที่สอน คาร์ล ชายหนุ่มใหญ่ภรรยาทิ้งซึ่งแสดงโดย สตีฟ คาร์เรล จากพ่อบ้านสุดเฉิ่มให้กลายมาเป็นเพลย์บอยตัวพ่อสำหรับเพื่อการจีบสาว ในหนังมีการสอนทั้งแนวคิดเบื้องต้น การปรับทัศนคติ รวมถึงตัวอย่างการลงมือปฏิบัติสำหรับเพื่อการจีบผู้หญิง โดยหลักสูตรนี้จำต้องพูดว่าละเอียดพอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นการจัดแจงอย่างการเพิ่มเสน่ห์ให้ตนเอง อีกทั้งการแต่งตัว ท่าทางการเดิน การเข้าพบหญิงสาวไม่รู้จัก การพูดคุยกัน แล้วก็การสานชมรมต่อ

2. That Awkward Moment (2014) หนึ่ง ส่อง ซั่ม เอาวะ เลิกโสด
หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรท R ซึ่งนอกเหนือจากความเฮฮาแล้ว คนดูยังได้มีโอกาสตามดูภารกิจของ นักแสดง 3 แก๊งค์หนุ่มโสดเพื่อนรัก เจสัน (แซค แอฟรอน) ดูหนังออนไลน์ แดเนียล (ไมลส์ เทลเลอร์) และก็ ไมกี้ (ไมเคิล บี จอร์แดน) สำหรับในการจีบสาวแบบ One Night ดูหนัง netflix Stand หนังเรื่องนี้เหมาะกับกลุ่มเพื่อนพ้องที่ต้องการไปจีบผู้หญิงค่ำคืน เพราะว่าทริคต่างๆของผู้แสดงในหนังส่วนใหญ่จะเป็นการปฏิบัติงานแบบทีม โดยมีการแบ่งหน้าที่กันแจ่มแจ้ง ไม่มีการหัก คัดค้าน หรือขัดขากัน ดูว่าคนใดกันแน่มีโอกาส สาวพอใจผู้ใดมากยิ่งกว่า และก็ช่วยเหลือกันแบบสุดกำลัง

3. Alfie (2004) อัลฟี้ กิ๊กๆกั๊กๆไม่รักสักครั้ง
‘จู๊ด ลอว์’ ดาราชายหนุ่มมาดโก้เก๋มารับบทเป็น อัลฟี่ ชายหนุ่มคนขับลีมูซีนในช่วงกลางวัน รวมทั้งมีงานอดิเรกเป็นเพลย์บอยขั้นเทพในตอนกลางคืน โดยเขาสามารถหว่านเสน่ห์กับสาวๆกระทั่งมีความเกี่ยวพันลึกซึ้งได้เกือบทุกวันเลยทีเดียว Alfie จะก่อให้คุณมีความเห็นว่า ผู้ชายไม่จำเป็นที่จะต้องหล่อหรือร่ำรวยมากมาย แค่เพียงมีสไตล์เป็นของตัวเอง และก็มีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ก็มองน่ามองเย้ายวนใจสาวๆเข้ามาได้แล้ว แถมยังมีแนวทางสำหรับในการสร้างเสน่ห์เหลือร้าย, การชวนไปต่อแบบแนบเนียน รวมถึงการจัดการกับความเชื่อมโยงแบบเลวทรามข้ามคืนได้อย่างเหนือชั้น อย่างไรก็แล้วแต่ลงท้ายหนังเรื่องนี้ก็บอกให้เห็นถึงบทเรียนของการเป็นเพลย์บอยมากจนเกินไปที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นข้อคิดให้กับผู้ชายหวานใจสนุกได้เป็นอย่างดีอย่างยิ่งจริงๆ

4. Hitch (2005) พ่อสื่อเฟี้ยว..เดี๋ยวจัดให้
เดท 3 ทีแรกของลูกค้า เพื่อเอาชนะดวงใจผู้หญิงในฝัน นี่เป็นนิยามของ อเล็กซ์ ฮิตเป็นต้นว่าส์ หรือ ได้รับความนิยมช์ (แสดงโดย วิลล์ สมิธ) ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกเดท รวมทั้งยอดเยี่ยมพ่อสื่อ เจ้าของสถิติสร้างความสำเร็จสำหรับในการจีบหญิง ให้ลูกค้าชายหนุ่มเยอะที่สุดในนิวยอร์กในเรื่องผู้ชมจะได้สนุกสนานกับรูปแบบการทำงานของ ฮิตช์ สำหรับในการช่วยเหลือหนุ่มสุดติ๋มให้ได้เดทกับดาราสาวสุดเซ็กซี ความน่าดึงดูดใจของ Hitch เป็นการที่ตัวละครหลักเป็นผู้ฝึกสอนสอนจีบผู้หญิง คนดูก็เลยได้รู้กลเม็ดต่างๆจำนวนมาก ทั้งข้อแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการจีบผู้หญิง สิ่งที่ควรทำและไม่ควรจะทำ รวมถึงเทคนิคการปรับปรุงความข้องเกี่ยวที่ไม่ใช่แค่การจีบสาวในผับแล้วเน้นความตื่นเต้นเพียงแค่ข้ามคืน แต่ว่าเป็นการจีบสาวเพื่อให้ได้เธอมาเป็นแฟนจริงๆมากยิ่งกว่า

5. Focus (2015) จุดโฟกัส เกมกล เสน่ห์คนภาคเหนือก้อนเมฆ
สำหรับ Focus บางทีก็อาจจะไม่ใช่เรื่องราวของการจีบผู้หญิงตรงๆเท่าไรนัก เนื่องจากว่าหน้าหนังคือภาพยนตร์เกี่ยวกับการแนวทางจารกรรม แต่มีการใช้ประโยชน์จากทฤษฏีจิตวิทยาในการชักจูงคน ของ นิคกี้ (วิลล์ สมิธ) ซึ่งนับว่ามีแนวทางที่น่าสนใจหลายชนิดที่น่าเรียนรู้และน่าทดลองเอาทริคนิดๆหน่อยๆนี้ไปกระทำตาม สิ่งที่ผู้ชมจะได้ก็คือเคล็ดลับสำหรับการสร้างความใกล้ชิดกับบุคคลอื่นในระยะติด ร่วมกับการใช้ภาษากายต่างๆดังเช่นว่า การเลียนแบบท่าทีของคนที่กำลังคุยด้วย อันจะช่วยปรับให้เขาชอบคุณมากขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว อีกทั้งแนวทางการดึงความสนใจคู่สนทนา และก็ การให้ของขวัญที่น่าประทับใจ ซึ่งทั้งผองเป็นวิธีที่ผู้ชายนำไปใช้สำหรับในการจีบสาวได้ทั้งนั้น

เชิญมาดูหนังออนไลน์ แนว Horror ระทึก ทุกเสียงลมหายใจ!

ดูหนังออนไลน์ ผู้ใดกันแน่อยาก ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วก็เป็นคอหนังแนวสยองขวัญ กระตุกต่อมความกลัว เชิญชวนขนหัวลุก วันนี้ทางพวกเราฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนจำเป็นต้องอยู่บ้านช่วงวัววิด แล้วเกิดอาการเบื่อๆต้องการหาอะไรที่ลุ้นระทึกตื่นเต้นๆดู มาทางนี้ มาเลยจ้ะ มาดูหนังออนไลน์ แนว Horror ระทึก ทุกเสียงลมหายใจ!กัน เราเลือกมาแต่ว่าเรื่องที่เด็ดๆทั้งนั้น ดูแล้วลองโหวตกันนะว่าแต่ว่าละเรื่องที่เราคัดมากระตุๆกต่อมความหวาดกลัว เชิญชวนขนหัวลุก คอหนังแนว Horror ได้มากแค่ไหน !

คนเรียกผี 2 (The conjuring 2)
เรื่องเเรกที่อยากพวกเรานำเสนอเลย สำหรับ The Conjuring 2 ภาพยนตร์ตื่นเต้น ชักชวนขนลุก มาในภาคนี้เรื่องได้กำเนิดกับครอบครัวฮอดจ์สัน ที่มีเพียงแต่ซิงเกิลมัมอปิ้ง “เพคกี้ ฮอดจ์สัน” และลูกอีก 4คน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ความพีคของ เพคกี้ เกิดจากการที่ถูกสามีทิ้งไปและจะต้องคอยเลี้ยงลูกตเพียงลำพัง ประกอบกับจะต้องถูกวิญญาญร้าย ก่อกวนโดยการเข้าสิง เจเนต บุตรสาวของเธออีกด้วย ก็เลยถึงคิวของ “เอ็ด” กับ “ลอเรน วอร์เรน” ที่จะต้องเดินทางข้ามทวีปเพื่อช่วยเหลือครอบครัวฮอดจ์สัน งานนี้ โปรดักชั่น วางแบบ เทพมากมาย ภาพสวย สมจริง ดูหลอนๆยาวๆกันไปถึง 133 นาที กันเลยทีเดียว

ตุ๊กตาซ่อนผี (The boy)
บางครั้งอาจจะพูดได้เลยว่า The Boy เป็นหนังที่สามารถการันตี ความเลื่อมใสโบราณที่ว่า “ไม่เชื่อ อย่าดูหมิ่น” ได้ดิบได้ดีที่สุด เพราะเหตุว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเครือญาติ Heelshire เศรษฐีเก่าที่อาศัยอยู่ในชนบท อังกฤษ ซึ่งสองผัวเมียต้องท่องเที่ยวเมืองนอก ก็เลยว่าจ้าง “เกรต้า อีวานส์” สาวอเมริกันให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กระหว่างที่ทั้งคู่ไม่อยู่ พร้อมทั้งทิ้งกฎ 10 ข้อ ให้คุณได้ประพฤติตาม
สิ่งที่งงงวยสำหรับเกรต้าเป็นเด็กที่คุณต้องดูแลตลอดตอนที่สองสามีภรรยาไปยังต่างประเทศ กลับไม่ใช่เด็กจริงๆเป็นแค่เพียงตุ๊กตาเพียงแค่นั้น สาวอเมริกันอปิ้งเธอ จึงเห็นว่าเป็นเรื่องไม่มีสาระ ดูหนังซีรี่ย์ และไม่ทำตามกฎ 10 ข้อที่วางไว้ ต่อไป…คุณก็เจอเรื่องราวหลอนๆในบ้านอย่างที่คิดไม่ถึง และก็เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้อยู่ที่เกรต้า แสดงนำโดย “ลอว์เรน วัวฮาน” ความกลัวของคุณ นำมาซึ่งการรับรอง แล้วก็ท้าทาย หรือถ้าหากเป็นภาษาบ้านๆอย่างพวกเราหรือ “ลบหลู่ดูหมิ่น” เรื่องราวจะคืออะไรคงจำต้องให้ผู้ชมติดตามกันเอง ถ้าชอบ หรือเปล่าชอบ ยังไง สามารถมาแบ่งปัน แล้วก็แชร์ข้อคิดเห็นกันได้นะ

มันออกมาขย้ำ (Light out)
Lights out ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะบอกเล่าเรื่องราวของ “รีเบคก้า” ซึ่งประจันหน้ากับสถานะการณ์ประหลาดโดยตลอด ครั้งใดก็ตามคุณปิดไฟ คุณรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกวิญาณร้ายตามล่าอยู่ ในเวลาเดียวกันน้องชายของเธอ “มาร์ติน” ก็ถูกวิญญาณร้ายตนนี้คุกคามเช่นกัน เรื่องราวทั้งผองอาจจะต้องย้อนไปถึง “โซเฟีย” ผู้เป็นแม่ซึ่งมีลักษณะป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิต ข้างหลังสูญเสียสามีที่ตายอย่างปริศา ทั้งคู่จำต้องเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งสิ้น เพื่อค้นหาต้นตอของวิญญาณร้ายที่คอยหลอกหลอนยาม “ไฟดับ” ลง แม้ว่าดูเผินๆหนังหัวข้อนี้เสมือนจะไม่ค่อยมีอะไรพิเศษ แม้กระนั้นขอบอกเลยว่า การเก็บเนื้อหาของเสียงประพฤติดีมากๆ“เงียบ แต่ว่าไม่เงียบ” หากมีลำโพง หรือหูฟัง ซึ่งสามารถเก็บเนื้อหาตรงนี้ได้ รับรองเลยว่าหนังประเด็นนี้จะมีผลให้คุณอินสุดๆแบบจำต้องเปิดไฟนอนกันเลย

อีกด้านหนึ่งของประตู (The other side of the door)
แม้เบื้องหลังประตูบานนั้นเป็นเสียงของผู้ที่คุณรักที่สุด คุณจะเปิดประตูไหม? แน่ๆที่สุดถ้าเป็นเหตุการณ์ทั่วๆไป ทุกคนอาจจะตอบว่า เปิดแน่ๆ แม้กระนั้นสำหรับเรื่องราวนี้อาจจะทำให้คุณจำเป็นต้องคิดทบทวนอีกสักรอบ เพราะเหตุว่า The Other Side of the Door เป็นเรื่องราวของ “มาเรีย” แม่ลูกสอง ซึ่งสูญเสียลูกชายไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วยความเศร้าโศกเศร้าใจ โดยรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้จำต้องเสียลูกชายไป ก็เลยปรึกษากับแม่แพทย์ชาวฮินดูเพื่อติดต่อขอคุยกับวิญญาณลูกชายเป็นคราวสุดท้าย แนวทางการทำพิธีในต้นแบบของศาสนาฮินดูในภาพยนตร์เรื่องนี้ จะต้องเข้าไปยังวิหารในป่าลึก ซึ่งมาเรียได้รับอนุญาตให้ได้เพียงแต่คุยเพียงแค่นั้น ห้ามเปิดประตูที่อยู่ด้านหน้า แต่ความอาลัยห่วงใยทำให้เธอเผลอไปเปิดทางเข้า ความเหี้ยมโหดอำมหิตในคราบเปื้อนของลูกชายคุณก็เลยปรากฎออกมา และก็พุ่งจุดหมายไปที่บุตรสาวคนเล็กของเธอ ความฉิบหายที่เกิดจากการเปิดประตูกำลังเข้าใกล้ ดูหนังออนไลน์ฟรี มาเรียจะปรับปรุงเหตุการณ์เช่นไร อาจต้องไปพบซื้อมาดูกันแล้วละ

หวังว่าคงประทับใจชาวหนังผีกันนะคะ สำหรับผู้ใดกันแน่เป็นคนชอบดูหนังแนวสยองขวัญ สั่นประสาทต้องตามไปดูให้ครบทุกเรื่องเลยค่ะ ยืนยันว่าไม่ทำให้ท่านไม่ถูกหนังแน่นอน เพราะแต่ละเรื่องที่เราคัดมาเด็ดสะระตี่ทั้งหมด ห้ามพลาด

8 ข้อคิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่จะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้ท่าน!

ดูหนังออนไลน์ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านกักตัวในตอนนี้ก็สามารถปรับปรุงตัวเองได้นะ หลายๆคนอาจจะงงว่าดูหนังแล้วจะพัฒนาตัวได้ยังไง เคยได้ยินคำกล่าวนี้หรือเปล่า “ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนมาดูตัวเอง” เคยได้ฟังกันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จำเป็นต้องเห็นด้วยว่า เดี๋ยวนี้หนังมักจะแทรกสอดคำคม แง่คิดดีๆเอาไว้กระทั่งมีการเก็บคำคมพวกนั้นไว้ล้นหลามหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างสหาย สร้างแรงจูงใจต่างๆไปจนถึงแนวทางการทำธุรกิจ เพราะว่าภายใต้ความสนุกสนานสนุกสนานสนุกนั้น ผู้สร้างชอบซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้เยอะๆ ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความตรึงใจต่อตัวแสดง บทบาท รวมทั้งเรื่องราวในหนังเพียงแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความกล้าหาญในตัวคุณให้ลุกขึ้นยืนมาเปลี่ยนปรับปรุงตัวเองได้ดิบได้ดีพอๆกับการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้พวกเราได้กล่าวถึง 8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองของทุกคน ใครชอบคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังหัวข้อนั้นมาดูเพิ่มอีกได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อดำเนินงานก็ทำให้เหมาะสมที่สุด แม้กระนั้นก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่ดีที่สุด” ในชีวิตจริงก็เหมือนกัน เมื่อพวกเราดำเนินการก็ควรมุ่งมาดรวมทั้งทำออกมาให้เยี่ยมที่สุด แต่ก็อย่าลืมวางแผนสำรองเผื่อเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะเซ่อ
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็เสมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณเป็นไปไม่ได้ทราบเลยว่าคุณจะถือพบรสอะไร” คำคมที่เพียรพยายามใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” เพราะว่าพวกเราไม่เคยทราบว่า ชีวิตของเราในอนาคตจะเป็นยังไง จะเลือกถือหรือคว้าอะไรได้ ก็แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : ดูหนัง netflix สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ คำตอบท้ายที่สุด…อยู่ที่ศีรษะหัวใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“แผล คือ หลักฐานของบาดแผลที่ถูกแก้ไขแล้ว” ความบากบั่นหรือต่อสู้กับปัญหาต่างๆแม้ว่าจะเจ็บบ้างแต่ความผิดพลาดพวกนั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีแล้วก็ทำให้พวกเราแกร่งขึ้น ราวกับแผลที่รักษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ กลุ่มสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกบุคคลอื่นว่า อ้วน ไม่ได้ทำให้ท่านผอมลง การเรียกบุคคลอื่นว่า โง่ ก็มิได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นเช่นเดียวกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็มิได้ทำให้ท่านมีความสุขเยอะขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นที่ควรทำเป็นจัดแจงปัญหาที่อยู่เบื้องหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับสาวๆที่นำข้อคิดมาใช้ได้กับทุกคน เพราะเหตุว่าการให้เกียรติผู้อื่น ก็ราวกับการให้เกียรติตัวเอง รวมทั้งยังบอกเราอีกว่า อย่าหลีกหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญแล้วก็จัดการปัญหาก่อนจะขยายไปอย่างอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ลองก้าวออกมาจากโซนปลอดภัยสิ รางวัลมันคุ้มแน่นอน” การทดลองเสี่ยงออกจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจจะเป็นผลให้คุณได้เจอกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีมากยิ่งกว่าเดิมก็เป็นไปได้ แค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆผลลัพธ์ก็คุ้มค่าแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าลองหรอก มีแค่จะทำหรือเปล่าเท่านั้น” คุณครูโยดาผู้พร่ำบ่นผู้แสดงนำชาย ได้พากเพียรบอกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ ไม่ใช่จะเพียงแค่ทดลองๆเลิกๆต้องมีความขมักเขม้น ด้วยเหตุว่าไม่อย่างนั้นก็อย่าทำเลยดีมากยิ่งกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันรู้แล้วล่ะว่าจะต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจถัดไป เพราะเหตุว่าวันพรุ่ง ก็ยังมีพระอาทิตย์ขึ้น ใครกันแน่จะรู้ล่ะว่า คลื่นสมุทรอาจนำอะไรดีๆมาให้” ต้องมีหวังแล้วก็มองโลกในแง่ดีอยู่ตลอด เพราะว่าสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้คุณทำและก็รอเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
“ครู่หนึ่งหนึ่งล่ะ คุณจะศึกษาที่จะมองข้ามสิ่งที่คนอื่นๆเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่ตัวเองเป็นแทน” มีความมั่นใจและเชื่อถือในตัวเอง ด้วยเหตุว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสบายรวมทั้งความสำเร็จ

เป็นยังไงกันบ้างขา กับ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงผลักดัน ดูหนังออนไลน์ฟรี จะเห็นได้ว่าหนังและก็ละครดีๆหลายเรื่อง ถ้าเกิดเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกเหนือจากการที่จะให้ความบันเทิง ก็มีคำกล่าวอบรมสั่งสอนดีๆให้ผู้ชมอย่างพวกเราเอากลับมาใช้ในการดำรงชีวิตทุกวัน ยืดเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเองได้เช่นกัน

ดูหนังยังไงให้จีบผู้หญิงติด เสนอแนะหนัง 5 เรื่องสอนวิธีจีบผู้หญิง

ดูหนัง netflix ผู้ใดจีบสาวไม่เก่ง มาทางนี้ พวกเราขอเสนอแนะให้ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ที่เราคัดเลือกมาให้ 5 ประเด็นนี้เลย การันตีว่าจะได้ทริคดีๆไปใช้ตบมุกให้สาวๆหลงได้แน่ๆ ในตอนกักตัวจากวัววิดนี้แหล่ะ เหมาะแก่การฝึกซ้อมวิชาจีบผู้หญิงยิ่งนัก ทราบไหมว่าการดูหนังนั้นให้อะไรกับพวกเราหลายแบบเลยค่ะ เว้นเสียแต่เรื่องความรื่นเริงใจแล้ว หนังบางเรื่องยังแฝงความรู้และแง่คิดดีๆเอาไว้ สำหรับหนุ่มๆใครกันแน่ ที่มีนิสัยขวยเขิน จีบสาวไม่เป็น แต่ไม่เคยทราบจะขอความเห็นคนไหนกันแน่หรือให้ใครกันแน่มาสอน ขอเสนอแนะให้ดูหนังออนไลน์สอนจีบผู้หญิง อีกทั้ง 5 ประเด็นนี้ ที่น่าจะเป็นตัวช่วยปรับคุณจีบผู้หญิงเก่งขึ้น!

1. Crazy, Stupid, Love (2011) โง่เซ่อบ้า เพราะว่าความรัก
หนังเรื่องนี้จัดว่าตอบโจทย์มากมายๆสำหรับชายหนุ่มๆที่ต้องการทราบเทคนิคสำหรับการจีบผู้หญิง โดยในเรื่องตัวละคร เจค็อบ ที่แสดงโดยชายหนุ่มหล่ออย่าง ไรอัน กอสลิง จำเป็นต้องมาปฏิบัติภารกิจสอน คาร์ล ชายหนุ่มใหญ่ภรรยาทิ้งซึ่งแสดงโดย สตีฟ คาร์เรล จากพ่อบ้านสุดเฉิ่มให้กลายมาเป็นเพลย์บอยตัวพ่อในการจีบสาว ในหนังมีการสอนทั้งแนวความคิดเบื้องต้น การปรับทัศนคติ รวมไปถึงตัวอย่างการลงมือปฏิบัติสำหรับการจีบสาว โดยหลักสูตรนี้จะต้องบอกว่าละเอียดพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมอย่างการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง อีกทั้งการแต่งตัว ท่าทางการเดิน การเข้าหาหญิงสาวไม่คุ้นหน้า การเสวนา แล้วก็การสานสัมพันธ์ต่อ

2. That Awkward Moment (2014) หนึ่ง ดูหนังออนไลน์ ส่อง ซั่ม เอาวะ เลิกไม่มีคู่
หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรท R ซึ่งเว้นแต่ความขำขันแล้ว คนดูยังได้ได้โอกาสตามดูภารกิจของ ผู้แสดง 3 แก๊งค์หนุ่มโสดเพื่อนรัก เจสัน (แซค แอฟรอน) แดเนียล (ไมลส์ เทลเลอร์) และ ไมกี้ (ไมเคิล บี จอร์แดน) สำหรับการจีบผู้หญิงแบบ One Night Stand หนังหัวข้อนี้เหมาะกับกรุ๊ปเพื่อนที่อยากไปจีบสาวกลางคืน เพราะทริคต่างๆของผู้แสดงในหนังจำนวนมากจะเป็นการดำเนินการแบบทีม โดยมีการแบ่งบทบาทกันกระจ่าง ไม่มีการหัก ถกเถียง หรือขัดขากัน มองว่าคนไหนได้โอกาส สาวสนใจใครมากกว่า รวมทั้งส่งเสริมกันแบบเต็มที่

3. Alfie (2004) อัลฟี่ กิ๊กๆกั๊กๆไม่รักสักครั้ง
‘จู๊ด ลอว์’ ดาราหนุ่มมาดหรูมารับบทเป็น อัลฟี้ ชายหนุ่มคนขับลีมูซีนในช่วงกลางวัน รวมทั้งมีงานที่ทำในเวลาว่างเป็นเพลย์บอยขั้นเทวดาในกลางคืน ดูหนังออนไลน์ฟรี โดยเขาสามารถหว่านเสน่ห์กับสาวๆกระทั่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งได้เกือบทุกวันเลยทีเดียว Alfie จะก่อให้คุณเห็นว่า ผู้ชายไม่มีความจำเป็นที่ต้องหล่อหรือมั่งคั่งมากมาย เพียงแค่มีสไตล์เป็นของตัวเอง แล้วก็มีความมั่นใจและความเชื่อมั่น ก็ดูเย้ายวนดึงดูดสาวๆเข้ามาได้แล้ว แถมยังมีวิธีการสำหรับการสร้างเสน่ห์ร้ายมาก, การเชิญชวนไปต่อแบบแนบเนียน รวมทั้งการจัดการกับความเกี่ยวพันแบบชั่วข้ามคืนได้อย่างเหนือชั้น แต่ลงท้ายหนังหัวข้อนี้ก็บอกให้เห็นถึงบทเรียนของการเป็นเพลย์บอยมากจนเกินไปที่เรามั่นใจว่าจะเป็นข้อคิดให้กับเพศชายสุดที่รักสนุกสนานได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

4. Hitch (2005) พ่อสื่อเฟี้ยว..เดี๋ยวจัดให้
เดท 3 หนแรกของลูกค้า เพื่อเอาชนะใจผู้หญิงในฝัน นี่เป็นนิยามของ อเล็กซ์ ฮิตอย่างเช่นส์ หรือ ได้รับความนิยมช์ (แสดงโดย วิลล์ สมิธ) ผู้ชำนาญด้านการออกเดท และก็ยอดเยี่ยมพ่อสื่อ ผู้ครอบครองสถิติสร้างการบรรลุเป้าหมายสำหรับในการจีบหญิง ให้ลูกค้าผู้ชายสูงที่สุดในนิวยอร์กในเรื่องผู้ชมจะได้สนุกสนานกับแนวทางการทำงานของ ได้รับความนิยมช์ สำหรับการช่วยเหลือชายหนุ่มสุดติ๋มให้ได้เดทกับดาราสาวสุดเซ็กซี ความน่าดึงดูดใจของ Hitch เป็นการที่นักแสดงหลักเป็นโค้ชสอนจีบสาว ผู้ชมจึงได้ทราบกลเม็ดต่างๆล้นหลาม อีกทั้งคำเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการจีบผู้หญิง สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ รวมถึงวิธีการพัฒนาความข้องเกี่ยวที่ไม่ใช่แค่การจีบสาวในผับแล้วเน้นย้ำความระทึกใจแค่เพียงข้ามคืน แม้กระนั้นเป็นการจีบผู้หญิงเพื่อได้คุณมาเป็นแฟนจริงๆมากยิ่งกว่า

5. Focus (2015) จุดโฟกัส เกมกล เสน่ห์ชาวเหนือก้อนเมฆ
สำหรับ Focus บางครั้งอาจจะไม่ใช่เรื่องราวของการจีบสาวตรงๆเท่าไรนัก เนื่องจากว่าหน้าหนังเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับการแนวทางจารกรรม แต่มีการใช้ประโยชน์จากทฤษฏีจิตวิทยาสำหรับในการโน้มน้าวใจคน ของ นิคกี้ (วิลล์ สมิธ) ซึ่งจัดว่ามีแนวทางที่น่าสนใจหลายแบบที่น่าศึกษาแล้วก็น่าทดลองเอาทริคเล็กๆน้อยๆนี้ไปทำตาม สิ่งที่ผู้ชมจะได้ก็คือเทคนิคสำหรับเพื่อการสร้างความสนิทสนมกับบุคคลอื่นในระยะชิด ร่วมกับการใช้ภาษากายต่างๆเช่น การเลียนแบบท่าทางของผู้ที่กำลังคุยด้วย อันจะช่วยทำให้เขาถูกใจคุณเยอะขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว อีกทั้งขั้นตอนการดึงความพึงพอใจคู่สนทนา รวมทั้ง การให้ของขวัญที่น่าประทับใจ ซึ่งทั้งปวงเป็นเทคนิคที่เพศชายเอาไปใช้สำหรับเพื่อการจีบผู้หญิงได้ทั้งนั้น